โรคภูมิแพ้: อาการ การดูแล และการป้องกัน
โรคภูมิแพ้ (Allergy) คือโรคที่เกิดจากปฏิกิริยาภูมิไวเกิน (Hypersensitivity) ของร่างกายต่อสารก่อภูมิแพ้ (Allergen) ซึ่งโดยปกติแล้วไม่เป็นอันตรายต่อคนทั่วไป ปฏิกิริยานี้สามารถเกิดได้กับสารหลายชนิด เช่น ฝุ่น, ไรฝุ่น, ขนสัตว์, เชื้อราในอากาศ, เกสรดอกไม้, และอาหารบางชนิด
อาการที่น่าจะเป็นโรคภูมิแพ้ (ตามอวัยวะที่เกิดโรค)
อาการของโรคภูมิแพ้จะแตกต่างกันไปตามอวัยวะที่ถูกกระตุ้น ซึ่งคุณได้ระบุประเภทหลักๆ ไว้แล้ว ดังนี้:
-
1. โรคโพรงจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (โรคแพ้อากาศ)
- จามบ่อย โดยเฉพาะตอนเช้า หรือเมื่อสัมผัสสารก่อภูมิแพ้
- คันจมูก คัดจมูก มีน้ำมูกใสไหล
- คันที่เพดานปาก คันคอ หรือคันในหู
- หายใจไม่สะดวก หรือมีอาการน้ำมูกไหลลงคอเรื้อรัง
-
2. โรคตาอักเสบจากภูมิแพ้
- คันตา เคืองตา น้ำตาไหลมากผิดปกติ
- ตาแดง หรือตาบวมเล็กน้อย
- ขยี้ตาบ่อย
-
3. โรคหอบหืด (จากภูมิแพ้)
- ไอเรื้อรัง โดยเฉพาะตอนกลางคืน
- หายใจมีเสียงหวีด (Wheezing)
- แน่นหน้าอก หายใจลำบาก หอบเหนื่อย
-
4. โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง
- ผิวหนังแห้ง เป็นขุย และมีอาการคันมาก
- มีผื่นแดง หรือตุ่มน้ำใส ๆ ขึ้น
- มักพบบริเวณข้อพับต่าง ๆ เช่น ข้อศอก ข้อเข่า คอ หรือใบหน้า
วิธีป้องกัน (ไม่ให้เป็นโรคภูมิแพ้)
การป้องกันที่ดีที่สุดคือการสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง และพยายามลดโอกาสสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้:
- หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้: หากทราบว่าแพ้อะไร (เช่น ไรฝุ่น) ต้องทำความสะอาดที่นอน หมอน ผ้าห่ม ด้วยน้ำร้อน 60°C ทุก 1-2 สัปดาห์
- ควบคุมสภาพแวดล้อม: รักษาความสะอาดในบ้าน ลดฝุ่นและความชื้น หลีกเลี่ยงควันบุหรี่ มลพิษทางอากาศ และกลิ่นฉุน
- รักษาสุขภาพให้แข็งแรง: รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอและเป็นเวลา
- ใส่หน้ากากอนามัย: เมื่อต้องออกนอกบ้านในช่วงที่มีฝุ่น PM 2.5 หรือเมื่อต้องทำงานที่สัมผัสฝุ่น/สารเคมี
วิธีดูแลตัวเองเมื่อเป็นโรคภูมิแพ้ (ถ้าเป็นแล้ว)
การจัดการอาการภูมิแพ้ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ต้องอาศัยการดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง:
- **ใช้ยาตามแพทย์สั่ง:** รับประทานยาแก้แพ้ (Antihistamines) หรือใช้ยาพ่นจมูก/ยาพ่นขยายหลอดลม (สำหรับผู้ป่วยหอบหืด) อย่างสม่ำเสมอและถูกวิธี
- **ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ:** เป็นวิธีที่ช่วยชะล้างสารก่อภูมิแพ้และเมือกเหนียวข้นออกจากโพรงจมูก ทำให้อาการคัดจมูกดีขึ้นและหายใจสะดวก
- **ปรับอุณหภูมิห้อง:** ไม่ควรอยู่ในห้องที่เย็นหรือแห้งเกินไป ควรปรับให้อบอุ่นและถ่ายเทอากาศได้ดี
- **สำหรับภูมิแพ้ผิวหนัง:** ทาครีมหรือโลชั่นบำรุงผิวเป็นประจำ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ลดผิวแห้ง และหลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นจัดและการเกา
- **พบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ:** หากอาการไม่ดีขึ้นหรือเป็นรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านภูมิแพ้ เพื่อพิจารณาการรักษาเพิ่มเติม เช่น การฉีดวัคซีนภูมิแพ้ (Immunotherapy)