โรคแผลในกระเพาะอาหารและลิงก์พิเศษ

โรคแผลในกระเพาะอาหาร (Peptic Ulcer Disease)

โรคแผลในกระเพาะอาหาร เป็นภาวะที่มีแผลเปิดหรือรอยถลอกเกิดขึ้นที่เยื่อบุภายในของกระเพาะอาหาร ส่วนต้นของลำไส้เล็ก (ลำไส้เล็กส่วนต้น หรือ duodenum) หรือหลอดอาหารส่วนล่าง โดยปกติแล้ว เยื่อบุกระเพาะอาหารจะมีเมือกปกคลุมเพื่อป้องกันกรด แต่เมื่อกลไกการป้องกันนี้เสียสมดุล จะทำให้กรดและน้ำย่อยทำลายเยื่อบุเหล่านั้น จนเกิดเป็นแผลขึ้น

สาเหตุหลักของโรค

  • **การติดเชื้อแบคทีเรีย *H. pylori***: เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด ทำให้เกิดการอักเสบและนำไปสู่การเกิดแผล
  • **การใช้ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เป็นประจำ**: เช่น ยาแอสไพริน ไอบูโพรเฟน ยาเหล่านี้ลดการผลิตสารที่ช่วยปกป้องเยื่อบุกระเพาะอาหาร

อาการที่น่าจะเป็นโรคแผลในกระเพาะอาหาร

อาการที่พบบ่อยที่สุดคือ **อาการปวดท้อง** ซึ่งมักมีลักษณะเฉพาะดังนี้:

  • **ปวดท้องส่วนบน (ลิ้นปี่)**: อาจเป็นอาการปวดแสบ ปวดตื้อ ๆ หรือรู้สึกเหมือนถูกกัด
  • **อาการปวดสัมพันธ์กับการกินอาหาร**: แผลในกระเพาะอาหารมักจะปวดมากขึ้นหลังรับประทานอาหารไม่นาน ส่วนแผลในลำไส้เล็กส่วนต้นมักจะปวดเมื่อท้องว่าง และบรรเทาลงหลังรับประทานอาหาร
  • **อาการปวดเป็น ๆ หาย ๆ**: อาการอาจเป็นอยู่นานหลายวันหรือหลายสัปดาห์
  • **อาการอื่น ๆ**: ท้องอืด ท้องเฟ้อ คลื่นไส้ อาเจียน แสบร้อนกลางอก
⚠️ **สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบแพทย์** ⚠️
หากมีอาการ อาเจียนเป็นเลือด/สีดำ, ถ่ายเป็นสีดำ, ปวดท้องรุนแรงฉับพลัน หรือน้ำหนักลดผิดปกติ ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที

วิธีป้องกันโรคแผลในกระเพาะอาหาร

  1. **รักษาความสะอาด**: ล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหาร เพื่อป้องกันการติดเชื้อ *H. pylori*
  2. **การใช้ยาอย่างเหมาะสม**: หลีกเลี่ยงการใช้ยา NSAIDs โดยไม่จำเป็น หรือปรึกษาแพทย์หากต้องใช้เป็นประจำ
  3. **งดสูบบุหรี่**: การสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงและทำให้แผลหายช้า
  4. **หลีกเลี่ยงอาหารกระตุ้น**: เช่น อาหารรสเผ็ดจัด, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, ชา, กาแฟ
  5. **ทานอาหารตรงเวลา**: ไม่ควรปล่อยให้ท้องว่างนานเกินไป และจัดการความเครียดอย่างเหมาะสม
คุณหมอเส็งได้แนะนำเสริมอาหารที่ทานได้คือ
คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์

#แผลในกระเพาะอาหาร#โรคกระเพาะ#กรดไหลย้อน#กระเพาะอักเสบ#ปวดท้อง#แสบท้อง#อาการแสบท้อง#ท้องอืดท้องเฟ้อ#วิธีรักษาโรคกระเพาะ#ยาโรคกระเพาะ#ดูแลกระเพาะ#อาหารโรคกระเพาะ#อาหารลดกรด#โภชนาการ#สุขภาพทางเดินอาหาร#สุขภาพลำไส้#ดูแลสุขภาพ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *